ให้ยกเลิกความในหมวด 7 การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการข้อ 190 และข้อ 191 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"หมวด 7
การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ส่วนที่ 1
นิยาม
ข้อ 190 ในหมวดนี้
"ผู้ประกอบการ" หมายความว่า ผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ และหมายความรวมถึงผู้รับจ้างช่วงที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐด้วย
"แผนการทำงาน" หมายความว่า แผนการทำงานที่ผู้รับจ้างเสนอให้แก่ผู้ว่าจ้างตามสัญญา โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทำงานและกำหนดระยะเวลาที่ต้องใช้ในการทำงานหลักต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ ถูกต้องชัดเจนตามหลักวิชาการ ปริมาณงานในแต่ละงวดงานต้องสอดคล้องกับจำนวนเงินในแต่ละงวดงาน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมของทั้งผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้าง
"อันตรายสาหัส" หมายความว่า
(1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท
(2) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์
(3) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด
(4) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว
(5) แท้งลูก
(6) จิตพิการอย่างติดตัว
(7) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต
(8) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน หรือจนประกอบกรณียกิจ ตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน
"ทรัพย์สินเสียหาย" หมายความว่า ความเสียหายรุนแรงซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการกระทำ ความผิดนั้น มีผลให้ทรัพย์สินของประชาชนหรือหน่วยงานของรัฐหรือสาธารณะเกิดความเสียหาย และส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปฏิบัติงานได้อันเป็นเหตุให้หน่วยงานของรัฐต้องสั่งหยุด การปฏิบัติงานไว้ชัวคราว
"การระงับ" หมายความว่า การระงับการยื่นข้อเสนอ หรือทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ
"บัญชีเอกสารแนบท้าย" หมายความว่า บัญชีเอกสารแนบท้าย กำหนดคะแนนความเสียหาย ตามหลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการและคะแนนความเสียหาย และบัญชี เอกสารแนบท้าย กำหนดคะแนนความเสียหายสะสมและระยะเวลาการระงับการยื่นข้อเสนอ หรือทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ
ส่วนที่ 2
เงื่อนไขและวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ข้อ 190/1 เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่จะเข้ามาเป็นคู่สัญญากับ หน่วยงานของรัฐให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ตามที่กำหนดในหมวดนี้
การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาถึงความสามารถ ในการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาของคู่สัญญาที่ทำไว้กับหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ โดยให้ตรวจสอบ จากผลการปฏิบัติงานของคู่สัญญาที่ผ่านมา ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐจะต้องกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารเชิญชวนเพื่อให้ผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐทราบเงื่อนไขการประเมินผล การปฏิบัติงานดังกล่าวด้วย
การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการในระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ตามวิธีการที่อธิบดีกรมบัญชีกลางกำหนด
ในกรณีที่เห็นสมควร รัฐมนตรีอาจออกระเบียบเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผล การปฏิบัติงานของที่ปรึกษาไว้เป็นการเฉพาะก็ได้
ข้อ 190/2 การประเมินตามข้อ 190/1 ให้ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินโครงการก่อสร้าง ดังต่อไปนี้
(1) งานก่อสร้างที่มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไปของหน่วยงานของรัฐ ได้แก่
(ก) กรมชลประทาน
(ข) กรมเจ้าท่า
(ค) กรมทางหลวง
(ง) กรมทางหลวงชนบท
(จ) กรมทรัพยากรน้ำ
(ฉ) กรมโยธาธิการและผังเมือง
(ช) หน่วยงานของรัฐอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด
(2) งานก่อสร้างของหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง สำหรับงานก่อสร้างประเภทอาคารสูง อาคาร ขนาดใหญ่พิเศษ หรืออาคารชุมนุมคน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
(3) งานก่อสร้างของหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ที่มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป เงื่อนไขการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ข้อ 190/3 ให้หน่วยงานของรัฐประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ โดยพิจารณา ถึงความสามารถในการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) ผู้ประกอบการปฏิบัติงานล่วงเลยระยะเวลาครบกำหนดตามสัญญาหรือข้อตกลง เป็นหนังสือและมีค่าปรับเกินร้อยละ10 ของวงเงินค่าจ้าง
(2) ผู้ประกอบการถูกบอกเลิกสัญญา หรือข้อตกลงเป็นหนังสือตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2)
(3) ผู้ประกอบการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักวิชาช่างในงานก่อสร้าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อันมีผลกระทบ ดังนี้
(ก) เหตุที่เกิดขึ้นมีผลกระทบทำให้มีบุคคลถึงแก่ความตาย
(ข) เหตุที่เกิดขึ้นมีผลกระทบทำให้มีบุคคลได้รับอันตรายสาหัส
(ค) เหตุที่เกิดขึ้นมีผลกระทบทำให้ทรัพย์สินเสียหายและหน่วยงานของรัฐได้สั่งหยุด การปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว และส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานตามแผนงานที่กำหนด ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน และส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือเกิดความเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะ
(ง) เหตุที่เกิดขึ้นมีผลกระทบทำให้ทรัพย์สินเสียหายและหน่วยงานของรัฐได้สั่งหยุด การปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว และส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานตามแผนงานที่กำหนด ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน
(จ) ผู้ประกอบการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักวิชาช่างในงานก่อสร้าง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยตามสัญญา
1) ผู้ประกอบการไม่ดำเนินการแก้ไขและปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาภายในระยะเวลา หน่วยงานของรัฐกำหนดตามหนังสือแจ้งให้แก้ไข
2) ผู้ประกอบการไม่ดำเนินการแก้ไขและปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่พ้นระยะเวลาตาม 1)
เมื่อพ้นระยะเวลาตาม2) ผู้ประกอบการไม่ดำเนินการแก้ไขและปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามสัญญา ให้หน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งคะแนนความเสียหายทุก 30 วัน
(4) ผู้ประกอบการไม่เข้ามาดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่อง หรือเข้าแก้ไขแต่ดำเนินการล่าช้าหรือไม่แล้วเสร็จ โดยความชำรุดบกพร่องกระทบต่อโครงสร้างหลัก อันเกิดจากผู้ประกอบการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง หรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน แห่งหลักวิชาช่างในงานก่อสร้าง ดังนี้
(ก) ผู้ประกอบการไม่เข้าดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในสัญญา
(ข) ผู้ประกอบการไม่เข้าดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องให้ถูกต้องตามสัญญา ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่พ้นระยะเวลาตาม (ก)
เมื่อพ้นระยะเวลาตาม (ข) ผู้ประกอบการไม่เข้าดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่อง ให้ถูกต้องตามสัญญา ให้หน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งคะแนนความเสียหายทุก 30 วัน
(ค) ผู้ประกอบการเข้าดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องแล้ว แต่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามที่หน่วยงานของรัฐกำหนด
(ง) ผู้ประกอบการไม่เข้ามาดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่อง หรือเข้าแก้ไข แต่ดำเนินการล่าช้าหรือไม่แล้วเสร็จ อันเป็นเหตุให้หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการแก้ไขความชำรุด บกพร่องนั้นเอง หรือจ้างผู้ประกอบการอื่นเพื่อดำเนินการแก้ไขงานนั้น
(5) ผู้ประกอบการไม่เข้ามาดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่อง หรือเข้าแก้ไขแต่ดำเนินการล่าช้าหรือไม่แล้วเสร็จ โดยความชำรุดบกพร่องไม่กระทบต่อโครงสร้างหลัก อันเกิดจากผู้ประกอบการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง หรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน แห่งหลักวิชาช่างในงานก่อสร้าง ดังนี้
(ก)ผู้ประกอบการเข้าดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องแล้ว แต่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามที่หน่วยงานของรัฐกำหนด
(ข) ผู้ประกอบการไม่เข้ามาดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่อง หรือเข้าแก้ไข แต่ดำเนินการล่าช้าหรือไม่แล้วเสร็จ อันเป็นเหตุให้หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการแก้ไขความชำรุด บกพร่องนั้นเอง หรือจ้างผู้ประกอบการอื่นเพื่อดำเนินการแก้ไขงานนั้นให้
(6) กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด วิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ข้อ 190/4 ให้หน่วยงานของรัฐประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ โดยประเมิน เป็น 2 ช่วง คือ ระหว่างการปฏิบัติงานตามสัญญาและระหว่างการรับประกันความชำรุดบกพร่อง
การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ การกำหนดคะแนนความเสียหาย คะแนน ความเสียหายสะสม ระยะเวลาการระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามบัญชีเอกสารแนบท้ายระเบียบนี้
ข้อ 190/5 การประเมินผลการปฏิบัติงานในแต่ละเงื่อนไขให้ดำเนินการ ดังนี้
(1) กรณีตามข้อ 190/3 (2) (4) และ (e) ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่เป็นผู้ประเมิน พร้อมทั้ง จัดทำแบบแจ้งการประเมินผลการปฏิบัติงานและคะแนนความเสียหายตามข้อ 190/4 วรรคสอง เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขอความเห็นชอบ แล้วให้หน่วยงานของรัฐแจ้งผู้ประกอบการรายนั้น ทราบผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐให้ความเห็นชอบ
(2) กรณีตามข้อ 190/3 (1) และ (3) (จ) ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นผู้ประเมิน โดยพิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมงาน และให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่จัดทำแบบแจ้งการประเมินผล การปฏิบัติงานและคะแนนความเสียหายตามข้อ 190/4 วรรคสอง เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เพื่อขอความเห็นชอบ แล้วให้หน่วยงานของรัฐแจ้งผู้ประกอบการรายนั้นทราบผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบ
(3) กรณีตามข้อ 190/3 (3) (ก) - (ง) ก่อนคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะประเมินผล การปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ให้หน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานกรรมการ1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานของรัฐ หรือพนักงานของหน่วยงาน ของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่น โดยให้คำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ต้องมีผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะมาจากหน่วยงานของรัฐอื่นหรือภาคเอกชนก็ได้ร่วม เป็นกรรมการด้วย อย่างน้อย 1 คน
ตอนพิเศษ 169 ง
ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยเร็วที่สุด
การประชุมของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึงหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ โดยประธานกรรมการต้องอยู่ด้วยทุกครั้งในการประชุม หากประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งประธานกรรมการคนใหม่เป็นประธานกรรมการแทน
มติของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ในกรณีที่กรรมการคนใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการ ให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ และเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณา หากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้ว ไม่เห็นด้วย กับมติของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จะสั่งให้ไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหรือทบทวน มติดังกล่าวก็ได้
การมีส่วนได้เสียในเรื่องซึ่งที่ประชุมพิจารณา ให้นำความข้อ 27 วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การสอบข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงพิจารณาเหตุที่เกิดขึ้น หากผลปรากฏว่าเป็นความผิดของผู้ประกอบการ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุนำผลการสอบ ข้อเท็จจริงไปประเมินผลคะแนนความเสียหายทุกเหตุ โดยให้ระบุคะแนนความเสียหายสำหรับเหตุ ที่มีความเสียหายสูงสุด สำหรับการแจ้งผลการพิจารณาให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่จัดทำแบบแจ้งการประเมินผล การปฏิบัติงานและคะแนนความเสียหายแจ้งให้ผู้ประกอบการรายนั้นทราบทุกเหตุ เสนอหัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐเพื่อความเห็นชอบ แล้วให้หน่วยงานของรัฐแจ้งผู้ประกอบการรายนั้นทราบผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบ
(4) กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด
ส่วนที่ 3
การอุทธรณ์โต้แย้งผลการประเมิน
ข้อ 190/6 ผู้ประกอบการที่ได้รับแจ้งผลการประเมินมีสิทธิอุทธรณ์โต้แย้งคะแนน การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ในกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐประเมินผล การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบนี้ ภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมินผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ วันเวลา ที่ได้รับแจ้งผลการประเมินให้ถือตามวันเวลาของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
การอุทธรณ์โต้แย้งต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ และระบุเหตุผลข้อเท็จจริงอันเห็นเหตุแห่ง การอุทธรณ์โต้แย้งให้ชัดเจน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อหน่วยงานของรัฐคู่สัญญา และให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาข้ออุทธรณ์โต้แย้งผลการประเมินตามข้อ 190/5 ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการ นับถัดจากวันที่ได้รับข้ออุทธรณโต้แย้ง ทั้งนี้ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะให้ผู้ที่มีหน้าที่ ประเมินตามข้อ 190/5 หรือจะแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งรับผิดชอบในการพิจารณา ข้ออุทธรณ์โต้แย้งก็ได้
ในกรณีที่แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อรับผิดชอบการพิจารณาข้ออุทธรณ์โต้แย้ง องค์ประกอบของคณะกรรมการ องค์ประชุมของคณะกรรมการ มติของคณะกรรมการ และการมีส่วนได้เสีย ในเรื่องซึ่งที่ประชุมพิจารณา ให้นำความข้อ 190/5 (3) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีหน่วยงานของรัฐเห็นด้วยกับข้ออุทธรณ์โต้แย้งทั้งหมดหรือบางส่วน หากไม่มีผลคะแนน ความเสียหาย ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่นำผลการพิจารณาข้ออุทธรณ์โต้แย้งตามวรรคสอง พร้อมทั้งจัดทำ แบบแจ้งผลคะแนนความเสียหายเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขอความเห็นชอบ และเมื่อหัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐให้ความเห็นชอบแล้ว ให้แจ้งผลให้ผู้ประกอบการทราบผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ภายในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบ
ในกรณีหน่วยงานของรัฐไม่เห็นด้วยกับข้ออุทธรณ์โต้แย้ง หรือเห็นด้วยกับข้ออุทธรณ์โต้แย้งทั้งหมด หรือบางส่วน และมีผลคะแนนความเสียหาย ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่นำผลการพิจารณาข้ออุทธรณ์โต้แย้ง ตามวรรคสองเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขอความเห็นชอบ และให้รายงานความเห็นพร้อมเหตุผล ไปยังผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบ ให้ผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นพิจารณาข้ออุทธรณ์โต้แย้งภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงาน ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ทันภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้มีหนังสือแจ้ง ผู้ประกอบการทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว ในการนี้ ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาข้ออุทธรณ์โต้แย้ง ออกไปได้ไม่เกิน30 วัน นับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เมื่อผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น พิจารณาแล้วเสร็จ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่นำผลการพิจารณาข้ออุทธรณ์โต้แย้ง พร้อมทั้งจัดทำประกาศ และแบบแจ้งผลคะแนนความเสียหายให้ผู้ประกอบการทราบผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐ ภายในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบ
เมื่อล่วงพ้นระยะเวลาอุทธรณ์โต้แย้งตามวรรคหนึ่งและผู้ประกอบการไม่อุทธรณ์โต้แย้ง ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่จัดทำประกาศและแบบแจ้งผลคะแนนความเสียหายเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบแล้ว ให้แจ้งผลคะแนนความเสียหาย ให้ผู้ประกอบการทราบผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และประกาศเผยแพร่ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐ ภายในวันทำการถัดไป นับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบ
ตอนพิเศษ 169 ง
ส่วนที่ 4
การนับระยะเวลา การระงับ และการแก้ไขคะแนนความเสียหาย การนับระยะเวลา การระงับ
ข้อ 190/7 ให้หน่วยงานของรัฐที่จะดำเนินการจัดจ้างก่อสร้างพิจารณาคะแนนความเสียหายสะสม ตามบัญชีกำหนดคะแนนความเสียหายสะสมและระยะเวลาการระงับการยื่นข้อเสนอ หรือทำสัญญา หรือข้อตกลงเป็นหนังสือของผู้ประกอบการที่เข้ายื่นข้อเสนอแต่ละราย หากมีผลคะแนนความเสียหายสะสม อยู่ในเกณฑ์การถูกระงับ ผู้ประกอบการรายนั้นจะถูกระงับตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัญชีเอกสารแนบท้าย นับถัดจากวันที่ผลคะแนนความเสียหายสะสมอยู่ในเกณฑ์การถูกระงับ
ในกรณีที่มีผลคะแนนความเสียหายสะสมเพิ่มขึ้น ให้นำจำนวนวันของระยะเวลาที่ถูกระงับไปแล้ว ไม่เกิน2 ปี มาหักออกจากจำนวนวันที่จะถูกระงับ ในครั้งนี้ การแก้ไขคะแนนความเสียหาย
ข้อ 190/8 ในกรณีที่ผู้ประกอบการได้ฟ้องคดีต่อศาล ต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า ไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่จัดทำประกาศและแบบแจ้งแก้ไขคะแนนความเสียหาย ภายในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขอความเห็นชอบ และเมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบแล้วให้หน่วยงานของรัฐแจ้งผลให้ผู้ประกอบการทราบผ่านทาง ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์และประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐภายในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ให้ความเห็นชอบ
ข้อ 190/9 นอกเหนือจากกรณีตามข้อ 190/8 เมื่อครบระยะเวลา2 ปี นับถัดจากวันที่ ประกาศเผยแพร่คะแนนความเสียหายในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ให้กรมบัญชีกลาง ลบคะแนนความเสียหายสำหรับแต่ละเงื่อนไขตามข้อ 190/3 ของผู้ประกอบการรายนั้นในแต่ละสัญญา
ข้อ 191 การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามข้อ 190/3 นอกเหนือจาก ความสามารถในการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา อาจกำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน ในด้านอื่น ๆ ด้วยก็ได้ตามวิธีการที่อธิบดีกรมบัญชีกลางกำหนด โดยให้คำนึงถึงคุณภาพและคุณสมบัติ ที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ที่จะเข้ามาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ"