มาตรา 62

ให้ข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการ ซึ่งสังกัดสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีตามพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2528 อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษายังคงเป็นข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของส่วนราชการต่อไป และให้ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกจ้างของส่วนราชการ

ให้ข้าราชการหรือลูกจ้างตามวรรคหนึ่งรับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือน และค่าจ้างประจำซึ่งโอนไปเป็นของสำนักงานปลัดทบวง ทบวงมหาวิทยาลัยตามมาตรา 61

สิทธิในการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือตำแหน่งอื่นใด ของข้าราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

สิทธิในการเลื่อนตำแหน่งของลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างของส่วนราชการ

ภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ข้าราชการตามวรรคหนึ่งมีสิทธิได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการหัวหน้าภาควิชา หัวหน้าศูนย์ หรือหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ภาควิชา ศูนย์ หรือตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยของผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวรวมทั้งตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการประจำคณะ สถาบัน สำนัก หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือสมาชิกในสภาคณาจารย์และพนักงาน หรือตำแหน่งอื่นใด ได้เช่นเดียวกับพนักงานของมหาวิทยาลัย

ในกรณีข้าราชการตามวรรคหนึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา หัวหน้าศูนย์ หรือหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ภาควิชา ศูนย์ หรือตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยของผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตามวรรคห้า ให้นำความในมาตรา 66 วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ให้ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา หัวหน้าศูนย์ หรือหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ภาควิชา หรือศูนย์ เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง และให้มีอำนาจหน้าที่ในฐานะเป็นอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา หัวหน้าศูนย์ หรือหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ภาควิชา หรือศูนย์ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ข้อบังคับ ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่ใช้บังคับแก่ข้าราชการและลูกจ้างดังกล่าว

ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการและลูกจ้างตามวรรคหนึ่งตำแหน่งใดว่างลงตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยุบเลิกตำแหน่งนั้น และให้โอนเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำที่ตั้งไว้สำหรับตำแหน่งนั้นไปเป็นของมหาวิทยาลัย เว้นแต่กรณีตามวรรคหกและกรณีตามมาตรา 66 วรรคสาม และให้ถือว่าการโอนเงินงบประมาณดังกล่าวเป็นการโอนเงินงบประมาณรายจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

การดำเนินการตามวรรคสาม และการดำเนินการอื่นในด้านการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการตามวรรคหนึ่ง ให้มีคณะอนุกรรมการสามัญประจำมหาวิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยประกอบด้วย อธิการบดี เป็นประธาน รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ และหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ทั้งนี้ อธิการบดีด้วยความเห็นชอบของอนุกรรมการโดยตำแหน่ง จะแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยเป็นอนุกรรมการอีกจำนวนไม่เกินห้าคนก็ได้ โดยให้รองอธิการบดีคนหนึ่งที่อธิการบดีกำหนดเป็นเลขานุการ